สมาคมกีฬากอล์ฟอาชีพสตรี หรือเดิมคือสมาคมกอล์ฟอาชีพสตรี ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2551 โดยได้รับความเห็นชอบจากสมาคมกอล์ฟอาชีพแห่งประเทศไทยและการกีฬาแห่งประเทศไทย โดยมีเงื่อนไขที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสมาคมกีฬากอล์ฟอาชีพแห่งประเทศไทย และการดำเนินกิจกรรมผ่านนายกสมาคมฯ ท่านแรก คือ ดร. สมพร จึงรุ่งเรืองกิจ ซึ่งอยู่ในวาระ 2 สมัย รวมเป็นเวลา 4 ปี และต่อมาในปี 2555 คุณปฏิญญา ควรตระกูล ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมกอล์ฟอาชีพสตรีเป็นท่านที่ 2 และดำเนินการบริหารสมาคมฯ ภายใต้การสนับสนุนหลักจากการกีฬาแห่งประเทศไทย, บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด, บริษัท ปัญญา พร็อพเพอตี้ส์ จำกัด นอกจากนั้นยังมีผลิตภัณฑ์หมอเส็ง และบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS และโรงพยาบาลสมิติเวชสุขุมวิท เป็นผู้สนับสนุนร่วมการแข่งขันและกิจกรรมต่าง ๆ ของสมาคมฯ

  เมื่อก่อตั้งสมาคมฯ ขึ้นได้แล้ว คณะกรรมการของสมาคมฯ ในสมัยนั้น ได้มีความคิดที่จะสร้างทัวร์การแข่งขันให้เป็นของสมาคมฯ เอง เพื่อให้นักกอล์ฟสตรีที่เป็นสมาชิกได้มีพื้นที่แสดงฝีมือและพัฒนาต่อไป จึงได้สร้างทัวร์ขึ้นโดยมีการแข่งขันเพียง 4-6 รายการต่อปีเท่านั้น จุดสำคัญจุดแรกที่แสดงให้เห็นถึงการเติบโตขึ้นของสมาคมฯ คือเมื่อปี 2556 การกีฬาแห่งประเทศไทยได้อนุมัติจัดสรรงบประมาณประจำปีให้กับสมาคมฯ เพื่อเป็นเงินรางวัลในการจัดการแข่งขันสำหรับไทยแอลพีจีเอทัวร์ รายการ SINGHA-SAT-THAI LPGA CHAMPIONSHIP เพิ่มขึ้นอีกเป็นจำนวนรวม 7 รายการ รายการละ 500,000 บาท และเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องสูงสุดถึง 10 รายการของทัวร์ในปี 2557 พร้อมกับแนวความคิดใหม่ของการจัดการแข่งขันจากการกีฬาแห่งประเทศไทยและสมาคมกีฬากอล์ฟอาชีพสตรีโดยวางแนวทางการจัดการแข่งขันของทัวร์กระจายไปตามภูมิภาคต่าง ๆ จากเดิมที่จัดการแข่งขันอยู่ที่สนามปัญญาอินทรา และสนามในละแวกกรุงเทพฯ เป็นหลัก ด้วยความต้องการให้ผู้ที่สนใจกีฬากอล์ฟในต่างจังหวัดเกิดการรับรู้ถึงทัวร์ของสมาคมฯ และได้ร่วมติดตาม เป็นการสร้างฐานผู้ติดตามการแข่งขันให้เกิดขึ้น ประกอบกับการสนับสนุนจากสนามกอล์ฟต่าง ๆ ในภูมิภาคที่ให้ความสนใจเป็นอย่างมากและเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการแข่งขัน

  การดำเนินการของสมาคมกีฬากอล์ฟอาชีพสตรี ในการสร้างทัวร์ให้เติบโตยิ่งขึ้น ดำเนินเรื่อยมาจนกระทั่งปี 2556 รายการไทยแลนด์ แอลพีจีเอ มาสเตอร์ส จึงได้ถือกำเนิดขึ้น ในชื่อรายการ SINGHA-SAT-THAI LPGA MASTERS เงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท และเพิ่มสูงขึ้นเป็น 3 ล้านบาทในปีต่อมา เพื่อสร้างแรงจูงใจและสร้างเวทีการแข่งขันที่เป็นรายการใหญ่ส่งท้ายฤดูกาลของทัวร์ และให้นักกอล์ฟได้ต่อยอดการพัฒนาฝีมือของตนเองให้สูงขึ้นไปอีกเพื่อเตรียมตัวเข้าสู่การแข่งขันในระดับนานาชาติ

  ตั้งแต่ปี 2560 จนถึงปัจจุบัน สมาคมฯ ได้รับการสนับสนุนเงินรางวัลจากการกีฬาแห่งประเทศไทย เพิ่มขึ้นเป็นรายการละ 1,000,000 บาท ให้กับ 8 รายการของไทยแอลพีจีเอทัวร์ และรายการ ไทยแลนด์ แอลพีจีเอ มาสเตอร์ส เพิ่มเป็น 4,000,000 บาท ซึ่งทำให้สมาคมฯ ได้เติบโตขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง และแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งที่เพิ่มมากขึ้นของวงการกอล์ฟสตรีของไทย และการเข้าสู่การแข่งขันระดับนานาชาติด้วยการร่วมมือกับสมาคมกีฬากอล์ฟอาชีพสตรีของออสเตรเลีย หรือ ออสเตรเลียนแอลพีจี ที่เข้ามาแซงค์ชั่นกับรายการ ไทยแลนด์ แอลพีจีเอ มาสเตอร์ส ในปี 2559 จากนั้นสมาคมกีฬากอล์ฟอาชีพสตรีของจีน หรือ ไชน่าแอลพีจีเอ ได้เข้าร่วมแซงค์ชั่นกับรายการนี้ ในปี 2560 ซึ่งเป็นการไตรแซงค์ชั่นกันครั้งแรกของทั้ง 3 สมาคมกีฬากอล์ฟอาชีพสตรีชั้นนำของภูมิภาค และต่อเนื่องมาจนถึงปี 2561 ทำให้รายการ ไทยแลนด์ แอลพีจีเอ มาสเตอร์ส กลายมาเป็นรายการที่ก้าวขึ้นเป็นสากล และได้ต้อนรับนักกอล์ฟสาวจากทั่วโลกจากกว่า 15 ประเทศที่มาร่วมสร้างสีสันให้กับการแข่งขัน ณ สนามปัญญาอินทรา กอล์ฟ คลับ เพื่อชิงเงินรางวัลรวม 4,000,000 บาท และนับคะแนนเวิลด์แรงกิ้ง

  ความมุ่งมั่นของสมาคมฯ ที่ได้สร้างนักกอล์ฟสตรีที่มีคุณภาพเข้าสู่วงการกอล์ฟในประเทศ และมีหลายคนที่สามารถพัฒนาเพื่อก้าวสู่ระดับภูมิภาค และระดับโลกได้นั้น จึงนับเป็นความสำเร็จของสมาคมฯ ในตลอด 10 ปีแห่งความมุ่งมั่นและตั้งใจในการพัฒนาวงการกีฬากอล์ฟในบ้านเรา ทำผลงานให้เป็นที่ประจักษ์แก่ผู้ชื่นชอบกีฬากอล์ฟชาวไทย และสร้างรากฐานสำคัญในการพัฒนาให้ก้าวต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง และเป็นเสมือนสถาบันที่บ่มเพาะนักกอล์ฟสาวไทย ก่อนที่จะโบยบินสู่เวทีการแข่งขันระดับที่สูงขึ้น และแสดงฝีมือของสาวไทยที่ไม่แพ้ชาติอื่นใด